ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าหรือราคาหุ้นต่างๆ นั้น ย่อมมีการปรับเปลี่ยนมากมายด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบทั้งสิ้น โดยในบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานที่กระทบราคาเทรดทอง ที่น่าสนใจกันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปหาคำตอบพร้อมๆ กันดีกว่าครับ
6 ปัจจัยพื้ที่กระทบราคาเทรดทอง
1. นโยบายการเงินของธนาคารกลาง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และอัตราดอกเบี้ย
- ความสัมพันธ์: ราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหว สวนทาง กับอัตราดอกเบี้ย
- เหตุผล:
- เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น: การลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือการฝากเงิน จะมีความน่าสนใจมากขึ้น ทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย (Non-Yielding Asset) จึงเสียความน่าสนใจไป นักลงทุนอาจย้ายเงินออกจากทองคำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
- เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง: การถือครองทองคำจะมีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ในการถือครองทองคำลดลง เมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนต่ำลง
2. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)
- ความสัมพันธ์: ราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหว สวนทาง กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (โดยเฉพาะ Dollar Index – DXY)
- เหตุผล:
- ทองคำซื้อขายกันในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
- เมื่อดอลลาร์แข็งค่า: ทองคำจะดูแพงขึ้นสำหรับผู้ที่ถือสกุลเงินอื่น ทำให้ความต้องการซื้อลดลง และกดดันราคาทอง
- เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า: ทองคำจะดูถูกลงสำหรับผู้ที่ถือสกุลเงินอื่น ทำให้ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้น และหนุนราคาทอง
3. อัตราเงินเฟ้อ (Inflation)
- ความสัมพันธ์: ราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหว ไปในทิศทางเดียวกัน กับอัตราเงินเฟ้อ
- เหตุผล:
- ทองคำถูกมองว่าเป็น สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Hedge) เนื่องจากมีมูลค่าในตัวเองและมีปริมาณจำกัด ไม่เหมือนกับสกุลเงินกระดาษที่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เรื่อยๆ
- เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น: อำนาจซื้อของสกุลเงินจะลดลง นักลงทุนจะหันมาถือครองทองคำเพื่อรักษามูลค่าของสินทรัพย์ ทำให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นและหนุนราคา
4. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง (Geopolitical Risk / Economic Uncertainty)
- ความสัมพันธ์: ราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหว ไปในทิศทางเดียวกัน กับความไม่แน่นอน
- เหตุผล:
- ทองคำถูกมองว่าเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง หรือเกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ เช่น สงคราม, ความขัดแย้งระหว่างประเทศ, วิกฤตเศรษฐกิจ, หรือความไม่แน่นอนทางการเมือง
- ในช่วงเวลาดังกล่าว นักลงทุนจะย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้น) ไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าอย่างทองคำ ทำให้ความต้องการทองคำสูงขึ้น
5. อุปสงค์และอุปทาน (Supply and Demand)
- อุปสงค์ (Demand):
- ความต้องการเครื่องประดับ: ความต้องการทองคำจากภาคอุตสาหกรรมเครื่องประดับ โดยเฉพาะในประเทศจีนและอินเดีย
- ความต้องการลงทุน: ความต้องการทองคำในรูปของทองคำแท่ง เหรียญทอง หรือกองทุนทองคำ (ETFs)
- การซื้อของธนาคารกลาง: ธนาคารกลางของหลายประเทศมีการเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
- อุปทาน (Supply):
- การผลิตจากเหมือง: ปริมาณทองคำที่ขุดได้จากเหมืองทั่วโลก
- การรีไซเคิล: ทองคำที่นำกลับมาใช้ใหม่จากการหลอมเครื่องประดับเก่า
6. ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ
- ความสัมพันธ์: ราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหว ไปในทิศทางเดียวกัน กับราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ (โดยเฉพาะเมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นจากการคาดการณ์เงินเฟ้อ)
- เหตุผล: ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมักจะบ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อ และเพิ่มต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นตาม
ตัวอย่างข่าวเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อราคาเทรดทองในปัจจุบัน
►ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ: เช่น อัตราเงินเฟ้อ (CPI, PCE), ตัวเลขการจ้างงาน (Non-Farm Payrolls), GDP, อัตราการว่างงาน
►ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: เช่น สงครามในตะวันออกกลาง, ความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจ
►ข่าวเกี่ยวกับการระบาดของโรค หรือภัยธรรมชาติ: ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ปัจจัยพื้นฐานที่กระทบราคาเทรดทอง” ที่เราได้นำมาฝากท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านกัน คิดว่าน่าจะเป็นเนื้อหาข้อมูลที่น่าสนใจไม่แพ้แม้แต่ความรู้ในการเทรดหุ้นนะครับ
