เช็ควันหมดอายุของยางรถยนต์ได้อย่างไร?

ทุกคนรู้หรือไม่ว่ายางของรถยนต์จะมีวันหมดอายุด้วยเช่นกัน เราจึงจำเป็นต้องคอยเช็คยางของเราอยู่เสมอ เนื่องจากยางรถยนต์จะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการใช้รถใช้ถนน ยิ่งหากในช่วงไหนที่ฝนตกหนัก ๆ หรือมีพายุเข้า ยางจะเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้รถได้อย่างปลอดภัย โดยนอกจากที่เราจะต้องหมั่นตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ วันหมดอายุของยางรถยนต์นั่นเอง เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่า เราจะเช็ควันหมดอายุของยางรถยนต์ได้อย่างไรบ้าง

ไขข้อสงสัย ตัวเลขขอบยางรถยนต์หมายถึงอะไรบ้าง

ทุกคนเคยสังเกตหรือไม่ว่า บนขอบยางรถยนต์จะมีตัวเลขอยู่ ซึ่งตัวเลขเหล่านั้นจะเป็นการบอกความกว้างหรือขนาดของยาง ซึ่งจะมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร บอกซีรีย์บาง และความสูงของแก้มยาง โดยจะมีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์โดยเทียบกับความกว้างของยาง บอกตัวย่อประเภทของยาง อย่างเช่น ประเภทเรเดียม หรือยางที่ไม่ใช้ยางใน รวมทั้งการบอกเส้นผ่าศูนย์กลางของวงล้อที่ไว้ใส่กับกระทะล้อ โดยจะมีหน่วยเป็นนิ้ว หรือที่เรียกกันว่าขอบ 18 นิ้วนั่นเอง

เช็ควันหมดอายุ และสังเกตความพร้อมของยางได้อย่างไรบ้าง

รู้หรือไม่ว่าปกติแล้วยางรถยนต์จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 4-5 ปี (นับตั้งแต่วันที่เริ่มใช้งาน) หรือ 50,000-80,000 กิโลเมตรขึ้นไป แต่หากใครที่ไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์เท่าไหร่นัก ก็สามารถยืดอายุของยางไปได้สูงถึง 4-5 ปีเลยทีเดียว ในส่วนของการเช็ควันหมดอายุของยางนั้น เราสามารถดูได้จากตัวเลขบนขอบยางนั่นเอง ทั้งนี้หากใครที่ยางยังไม่หมดอายุ แต่ต้องการเช็คความพร้อมใช้งานของยางรถยนต์ มาดูกันเลยว่าจะมีวิธีเช็คอย่างไรบ้าง

  • เช็คหน้ายาง: หน้ายาง ไหล่ยาง และแก้มยาง จะต้องดูว่ามีรูปลักษณ์ หรือดูแล้วบวมผิดปกติหรือไม่ หากมีความผิดปกติจะเท่ากับว่ายางใกล้หมดอายุ
  • เช็คขณะใช้งาน: ในขณะขับขี่รถยนต์บนพื้นถนนที่เรียบ แต่รถมีอาการส่าย หรือมีการสะเทือนมากกว่าปกติ ไม่ค่อยเกาะถนน จะเท่ากับว่าดอกยางสึกหรอ หรือกินไม่เท่ากัน และยังเป็นสัญญาณที่บอกว่ายางใกล้หมดอายุ
  • เช็คจากไหล่ยาง: ไหล่ยางและแก้มยาง เราจะต้องดูว่ามีรอยปริแตกหรือไม่ หากพบว่ามีรอยปริแตกสามารถเปลี่ยนยางได้เลย เพื่อป้องกันไม่ให้ยางระเบิดนั่นเอง

ต้องยอมรับเลยว่าในเรื่องของยางรถยนต์ ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการขับขี่รถยนต์เป็นอย่างมาก เพราะหากยางมีการชำรุด หรือใกล้หมดอายุ อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย และสร้างความอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้นเราจำเป็นต้องเช็คยางอยู่เสมอ เพื่อขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากที่สุด

Related Post

รถยนต์คันแรก

รถยนต์ยอดฮิต Toyota ATIV รถยนต์คันแรกของใครหลายคนรถยนต์ยอดฮิต Toyota ATIV รถยนต์คันแรกของใครหลายคน

ถ้าถามว่ารถยนต์คันแรกนั้นเป้นยี่ห้ออะไร ครึ่งต่อครึ่งคงตอบว่า Toyota รถยนตที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง วยระบบและรูปลักษณ์ที่ได้ใจผู้ขับขี่ไปเต็มๆ และทาง Toyota ก็ได้เปิดตัวรถ Toyota ATIV รถนต์ขวัญใจสาวกรถเก๋ง ด้วยรูปทรงและความสวยงามรอบคัน ที่ได้ดึงดูดความสนใจผู้ที่กำลังลังเลว่าควรจะซื้อรุ่นไหนดี  โตโยต้า ยาริส เอทีฟ เป็นรถยนต์อีโคคาร์ ทำตลาดในกลุ่มรถยนต์เก๋งขนาดเล็ก เปิดตัวในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา จุดเด่นอยู่ที่ความประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.3 กม.ต่อลิตร ราคาเริ่มต้น 5.29 แสนบาทในรุ่น Entry ไปจนถึง 6.49

ยางรถยนต์

เรื่องเล็ก ๆ ที่ช่วยยืดอายุยางรถยนต์ กับความสำคัญของความดันลมยางเรื่องเล็ก ๆ ที่ช่วยยืดอายุยางรถยนต์ กับความสำคัญของความดันลมยาง

                สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน ยางรถยนต์ถือเป็นส่วนสำคัญต่อการขับขี่ เพราะมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการขับขี่ และการใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวัน หากละเลยเรื่องพื้นฐานอย่างการเช็กลมยางอาจทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็ว เปลืองน้ำมัน และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุโดยไม่รู้ตัว ความดันลมยางรถยนต์สำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องรู้? ความดันลมยางคือปริมาณแรงดันอากาศภายในยางรถยนต์ ซึ่งควรอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับน้ำหนักรถและลักษณะการใช้งาน โดยเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อการทำงานของยางโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการยึดเกาะถนน ความนุ่มนวลในการขับขี่ ไปจนถึงอายุการใช้งานของยาง หากเติมลมยางไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาและส่งผลต่อการใช้งาน ความดันลมยางจึงมีความสำคัญหลายด้าน เช่น ส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ ความดันลมยางที่เหมาะสมช่วยให้หน้าสัมผัสของยางรถยนต์กับพื้นถนนอยู่ในระดับที่พอดี หากลมอ่อนเกินไป หน้ายางจะสัมผัสถนนมากเกินไป ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูง และเพิ่มความเสี่ยงที่ยางจะเสียหายขณะขับขี่ และหากลมแข็งเกินไปพื้นที่สัมผัสจะน้อยลง ทำให้การยึดเกาะถนนลดลง โดยเฉพาะเวลาฝนตกหรือถนนลื่น ช่วยให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น

จำหน่ายสีพ่นรถยนต์

การพัฒนาของอุตสาหกรรมจำหน่ายสีพ่นรถยนต์การพัฒนาของอุตสาหกรรมจำหน่ายสีพ่นรถยนต์

ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายจนถึงนวัตกรรมที่ทันสมัยในปัจจุบัน อุตสาหกรรมจำหน่ายสีพ่นรถยนต์ได้เป็นสาขาที่น่าสนใจเรื่อยมา การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้สะท้อนถึงการผสมผสานของความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และความต้องการของตลาด ทำให้เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้ที่หลงใหลในรถยนต์และคนทั่วไป การเดินทางย้อนกลับไปในอดีต การเริ่มต้นของอุตสาหกรรมจำหน่ายสีพ่นรถยนต์เริ่มขึ้นในต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อรถยนต์เริ่มเห็นบ่อยบนถนน ในตอนแรก ตัวเลือกสีต่าง ๆ มีจำกัดอยู่ ซึ่งสะท้อนถึงเทคโนโลยีที่ตอนนั้นยังคงมีแต่พื้นฐาน ๆ ในขณะนั้น ซึ่งมีคำพูดของเฮนรี่ ฟอร์ดว่า “ลูกค้าคนไหนก็สามารถมีรถสีดำได้” อย่างไรก็ตาม ตามที่เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน ความหลากหลายของตัวเลือกสีรถยนต์ก็เพิ่มขึ้นด้วย อุตสาหกรรมเริ่มเจริญรุ่งเรืองในกลางศตวรรษที่ 20 ด้วยการปรากฏของเทคโนโลยีและเทคนิคการทาสีใหม่ ๆ นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมจำหน่ายสีพ่นรถยนต์ เนื่องจากมันขยายขอบเขตของสิ่งที่เป็นไปได้และกลายเป็นอุตสาหกรรมในรูปแบบที่เรารู้จักในปัจจุบัน อุตสาหกรรมสีพ่นรถยนต์ในปัจจุบัน